ความเครียดเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน ซึ่งถ้ามีพอประมาณก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นไม่เฉื่อยชา แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเป็นตัวบั่นทอนพละกำลังของเราจนอาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ การกำจัดความเครียดของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไป แนวทางหนึ่งที่ทำได้ง่ายก็คือการรับประทาน แต่อย่าเข้าใจว่า หมายถึงการกินอาหารแบบไม่เหงาปาก หรือรับประทานอย่างต่อเนื่อง เพราะนั้นอาจจะช่วยให้คุณลดความเครียดได้ก็จริง แต่เป็นเพียงแค่ชั่วคราว ดีไม่ดีคุณอาจจะอ้วนจากอาหารและทำให้เครียดยิ่งขึ้นเพราะกำจัดออกได้ยาก แต่อาหารชนิดใดเล่าที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียดและบำรุงประสาทที่กำลังตึงเขม็ง เพื่อให้คุณสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ

อาหารช่วยผ่อนคลายความเครียดได้จริงหรือ

            อาหารช่วยให้คุณผ่อนคลายความเครียดได้จริง เนื่องจากมีสารที่กระตุ้นให้สมองหลั่สารแห่งความสุข ที่เรียกว่า เอดอร์ฟิน หรือสารดังกล่าวมีอยู่ในอาหารหลายประเภท เช่น พวกแป้ง เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ แต่อาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์มักจะมีปัญหาเรื่องแคลอรีตามมา ทางเลือกที่ดีคือการทานผักและผลไม้ที่มีเกลือแร่และวิตามิน แต่ให้แคลลอรีไม่มานักเมื่อเทียบกับพวกแป้งและโปรตีน เพื่อไม่ให้ความเครียดจากความอ้วนตามมาภายหลัง

                ในผักและผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ปริมาณสูง ซึ่งช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย สารอาหารหลักๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้ร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอ บี ซี อี ส่วนพวกแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมจะช่วยปรับสมดุลของระบบฮอร์โมน

9 สารอาหารต้านความเครียด

1. วิตามินเอ พบมากในผักใบเขียวเข้มและผลไม้สีเหลือง สีส้ม

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ใบชะพลู ฟักทอง แครอต ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 4,000-5,000 IU/วัน

2. วิตามินบี 1 (ไทอะมิน) พบมากในธัญพืช ถั่วชนิดต่างๆ เนื้อหมูและเนื้อวัว

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 1-1.5 มิลลิกรัม/วัน

3. วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) พบมากในนม ไข่ ถั่วและเนื้อสัตว์

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ หน่อไม้ฝรั่ง บรอกโคลี ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 0.5-0.6 มิลลิกรัม/วัน

4. วิตามินบี 3 (ไนอะซิน) พบมากในยีสต์ ธัญพืช และผักสีเขียว

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ผักสีเขียว ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 6-20 มิลลิกรัม/วัน

5. วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเธนิค) พบมากในถั่ว สัตว์ปีก ปลาและธัญพืช

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 4-7 มิลลิกรัม/วัน

6. วิตามินบี 6 (ไพรีดอกซิน) พบมากในเนื้อสัตว์ ไข่แดง ธัญพืชและกล้วยหอม

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ธัญพืชต่างๆ ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 1.4-2 มิลลิกรัม/วัน

7. วิตามินซี พบมากในผลไม้สด โดยเฉพาะพวกที่มีรสเปรี้ยว

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ มะขามป้อม มะปราง พริกหวาน และส้ม ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 75-90 มิลลิกรัม/วัน

8. วิตามินอี พบมากในน้ำมันจากผัก ธัญพืชต่างๆ และผักใบเขียว

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ธัญพืชและผักใบเขียว ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 8-12 มิลลิกรัม/วัน

9. แมกนีเซียม พบมากในผักใบเขียว พืชตระกูลถั่ว และวีทเจิร์ม (จมูกข้าวสาลี)

อาหารแนะนำที่มีแคลลอรีต่ำ ได้แก่ ผักใบเขียวและพืชตรักูลถั่ว ปริมาณที่ร่างกายต้องการ คือ 200-400 มิลลิกรัม/วัน

            การรับประทานผลิตภัณฑ์บางชนิดที่สกัดมาจากอาหารจนมีความเข้มข้น อาจทำให้คุณได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไป จึงควรระมัดระวัง เช่น การได้รับวิตามินอีมากๆ อาจทำให้ท้องร่วงเพราะส่วนเกิน ถูกสะสมอยู่ในร่างกาย แต่ถ้าเป็นวิตามินซี ส่วนเกินจะถูกขับออกไปทางปัสสาวะและไม่เกิดโทษ แต่คุณก็ต้องดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอจะถูกขับออก หรือถ้าคุณได้รับสารอาหารแต่ละชนิด โดยไม่ได้รับสารอาหารอื่นๆ ประกอบด้วย ประสิทธิภาพในการป้องกันและรักษาความเครียดอาจไม่ดีเท่าที่ควร

 

credit by : http://www.hbwellness.com

Comment

Comment:

Tweet